พระศรีศากยมุนีพุทธะ
本師釋迦牟尼佛 , 释迦牟尼
พระพุทธเจ้า,พระศรีศากยมุนีพุทธะ(แบบจีน) สิทธัตถโคตมะพุทธเจ้า

     พระศากยมุนีพุทธเจ้าของทางฝ่ายมหายานออกเสียงพระนามทับศัพท์ว่า เสก เกีย คือ ศากยะ และ เมา นี คือ มุนี รวมเป็น เสกเกียเมานี ซึ่งก็คือพระมหาสมณโคดม หรือ เจ้าชายสิทธัตถะ ที่ประสูติในสวนลุมพินีวัน ประเทศอินเดีย (ปัจจุบันอยู่ในอาณาเขตของประเทศเนปาล) ตรัสรู้ใต้ร่มโพธิ์พฤกษ์ ริมแม่น้ำเนรัญชรา (พุทธคยา) และเสด็จดับขันธ์สู่ห้วงมหาปรินิพพานใต้ควงไม้สาละที่เมืองกุสินารา อันเป็นพระองค์เดียวกับพระพุทธเจ้าทางฝ่ายเถราวาทเรา พระองค์ทรงประกาศพระศาสนาเพื่อยังประโยชน์แก่สรรพสัตว์ทั้งปวง ซึ่งพอจะสรุปคำสอนได้ว่า

"การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ ธรรม 3 อย่างนี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย"

พระ พุทธองค์ทรงยังประโยชน์และตรัสแสดงพระธรรมเทศนาแบ่งเป็น 3 หมวด หรือพระไตรปิฎกอันมี
1. พระวินัยปิฎก
2. พระอภิธรรมปิฎก
3. พระสุตตันตปิฎก
(พระสูตร) แบ่งย่อยออกเป็นข้อธรรม 84,000 หมวดด้วยกัน ซึ่งล้วนแต่เป็นอุบายธรรมที่ใช้ขัดเกลาสรรพสัตว์ที่เหมาะสมแต่ละบุคคล

พระศากยมุนีพุทธเจ้าตามแบบมหายานโดยมากจะทรงถือดวงแก้วมณีที่พระหัตถ์ซ้าย ซึ่งจะวาดเป็นสีแดง และ พระหัตถ์ขวาจะทรงท่ารัตนตรัยมุทรา หรือท่า ประทานเทศนา หรือ ประทานพร อันสาธุชนสามารถศึกษาพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ได้ตามฉบับของฝ่าย เถรวาท

วันคล้ายวันพุทธสมภพคือ วันที่ 8 เดือน 4 จีน
วันคล้ายวันเสด็จออกผนวชคือ วันที่ 8 เดือน 2 จีน
วันคล้ายวันทรงตรัสรู้พระโพธิญาณคือ วันที่ 8 เดือน 12 จีน
วันคล้ายวันเสด็จดับขันธ์รินิพพานคือ วันที่ 15 เดือน 2 จีน

    พระโคตมพุทธเจ้า หรือที่นิยมเรียกว่า พระพุทธเจ้า เป็นพระบรมศาสดาของศาสนาพุทธ เป็นผู้สั่งสอนพระธรรมวินัยซึ่งต่อมาเรียกว่าพระพุทธศาสนา ในตำราพระพุทธศาสนาเถรวาท ถือว่าการเรียกพระพุทธเจ้าโดยออกนามโคตรนั้นเป็นการไม่เคารพ เช่น เรียกว่า พระสมณโคดม เป็นต้น ทำให้ในตำราพระพุทธศาสนาเถรวาทมักเรียกพระพุทธองค์โดยใช้ศัพท์ว่า สตฺถา ที่แปลว่า พระศาสดา แทน ปัจจุบันชาวพุทธนิยมเรียกพระโคตมพุทธเจ้าว่า พระพุทธเจ้า ซึ่งหมายถึง พระโคตมพุทธเจ้า นั่นเองเหตุที่ทำให้ต้องเรียกพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบันโดยออกชื่อโคตรนั้น เพราะว่าในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาถือว่าพระพุทธเจ้า หรือผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวงเองนั้น เคยมีมาแล้วในอดีตนับประมาณไม่ได้ การเรียกโดยระบุนามโคตรของพระองค์จึงเป็นการเจาะจงว่าหมายเฉพาะพระพุทธเจ้า พระองค์นี้ (องค์ปัจจุบัน ซึ่งกำเนิดในโคตมโคตร) เท่านั้นโดยตามคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาทั้งเถรวาทและมหายานนับถือตรงกันว่า พระโคตมพุทธเจ้าทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ระหว่าง 80 ปีก่อนพุทธศักราช จนถึงเริ่มพุทธศักราชซึ่งเป็นวันปรินิพพาน ตรงกับ 543 ปี ก่อนคริสตกาลตามตำราไทยซึ่งอ้างอิงปฏิทินสุริยคติไทยและปฏิทินจันทรคติไทย และตรงกับ 483 ปีก่อนคริสตกาลตามปฏิทินสากลพระโคตมพุทธเจ้าเป็นพระราชโอรสผู้ทรงดำรงตำแหน่งแห่งศากยมกุฏราชกุมาร ของพระเจ้าสุทโธทนะและพระนางสิริมหามายาแห่งศากยวงศ์ โคตมโคตร อันเป็นราชสกุลวงศ์ที่ปกครองกรุงกบิลพัสดุ์มาแต่ช้านาน มีพระนามแต่แรกประสูติว่า สิทธัตถะ หรือ สิทธารถ (/สิดทาด/) เมื่อเสด็จออกผนวชและบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ได้รับการถวายพระนามต่าง ๆ อาทิ พระศากยมุนี พระพุทธโคดม พระโคดมพุทธเจ้า ทั้งนี้ ทรงออกพระนามพระองค์เองว่า "ตถาคต" แปลว่า พระผู้ไปแล้วอย่างนั้น คือทรงปฏิญาณว่าทรงพ้นจากทุกข์ทั้งปวงเข้าสู่สภาพเช่นนั้น อันได้แก่การดับทุกข์ กล่าวคือสภาวะแห่งอรหัตผลแล้ว

จำนวนผู้เข้าชม
Copyright © tekkacheemukkhor.com 2010 All Rights Reserved Power by : เช่าโฮสท์, hosting, ออกแบบเว็บไซต์