บรมธรรม

                                                รู้รีบเร่งเร็ว

คนโบราณกล่าวไว้ให้ข้อคิด                           เป็นภาษิตพึงพิจารณาพาเหตุผล
เป็นแนวทางปฏิบัติของทุกคน                        เพื่อทำงานให้เสร็จสมตรงปณิธาน
เมื่อพูดถึงการทำงานอย่างหนึ่งใด                   ต้องแจ้งใจชัดเห็นปฐมฐาน
ห่อนแชเชือนชักช้าจะเสียงาน                        อย่าผัดวารประกันพรุ่งจุ่งเร่งเร็ว
ช้าไปวันงานผันผ่าช้าเป็นปี                           พึงเร็วรี่รีบเร่งอย่าเหลวไหล
สิ่งสำคัญพึงตระหนักนับไม่เลว                       ร้องเย้วเย้วงานไม่ทำสำเร็จได้อย่างไร
คิดกลับไปกลับมายิ่งช้าใหญ่                          คิดวกวนไม่มั่นใจยิ่งสงสัย
เลยพาลพาธุระเนินนานไป                             จงเร่งไวคิดให้ชัดทำให้จริง
เรื่องวิตกวุ่นวายใจให้น้อยหน่อย                      ก็ค่อยค่อยคลี่คลายงานไม่นิ่ง
เรื่องจุกจิกมากความอย่าประวิง                       จงเหมือนม้าอาชาวิ่งพิสูจน์ทาง
งานยิ่งเสร็จเร็วทันใดใจยิ่งสุข                         ไม่มีทุกข์ห่วงพะวงจนล้นหลาม
จะเซ็งชิมต้องวิงไวรีบเสร็จงาน                       เรื่องทุกอย่างพากังวลให้หมดไป
ชัดเช่นนี้ต้องกล้ากล้าพาเร่งรุด                       หนึ่งก้าวเดินหนึ่งก้าวหยุดเท่ากับถ่อย
บางเรื่องยังอาจควรต้องรอคอย                       แต่บางเรื่องคอยไม่ได้ให้พิจารณา
นี้เป็นหลักการทำงานที่ง่ายง่าย                       คิดวุ่นวายง่ายเป็นยากหลากปัญหา
เพราะฉะนั้นเรื่องทุกอย่างอยู่ที่ศรัทธา              เมื่อมั่นใจควรเดินหน้าพาสมปอง

                                                                                    พระอรหันต์จี้กง
                                                                                  ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๙

                                                    รู้เร่งทำดี

ภาษิตเก่าเล่าขานไว้ให้ข้อคิด                         เป็นคำคมพึงพินิจพิศศึกษา
รอมีเวลาเหลือซึ่งทรัพย์สินมากเงินตรา            ค่อยเกื้อกูลชาวประชาว่าช้าไป
เอาแต่รอย่อมไม่มีวันสงเคราะห์                       สายเกินกว่าได้ปลูกเพาะบุญยิ่งใหญ่
เพาะมัวรอจนเหลือทรัพย์นับช้าไป                  ตามกำลังศรัทธาไซร้ใคร่ครวญคำ
รอเวลามีเหลือค่อยศึกษา                               นับว่าช้าเกินกว่าจะรุดล้ำ
เอาแต่รอเวลาเหลือค่อยมาทำ                        เช่นนี้นั้นย่อมไม่มีเวลาได้เรียน
เช่นเดียวกันหากว่ารอจนพร้อม                       ค่อยนำน้อมบำเพ็ญตนค้นอ่านเขียน
ศึกษาธรรมโดยมุ่งหวังจะพากเพียร                  เวลานั้นนับวนเวียนช้าเกิดกาล
เพราะฉะนั้นทำการใดอย่าได้รอ                       เร่งเกิดก่อวิริยะจะฮึกหาญ
ตามกำลังที่เรามีเราพยายาม                           ผลย่อมส่งให้ปลายทางเราได้ดี
สองสามคำพร่ำรำพันเป็นภาษิต                      ทุกชีวิตจะสั้นยาวอย่าพลีพลาม
ทำวันนี้ให้เกิดประโยชน์จึงนับดี                      อย่ารอรีให้เร่งเร็วจงพิจารณา

                                                                                        พระอรหันต์จี้กง
                                                                                      ๙ เมษายน ๒๕๔๙

                                               รู้หลักเป็นคน

ปราชญ์ขงจื้อกล่าวเป็นภาษิต                         ให้ข้อคิดปุถุงชนคนรุ่นหลัง
สัตบุรุถือข้อห้ามโดยน้อมนำ                            เป็นสามข้อจงตั้งมั่นสดับพิจารณา
เป็นวัยรุ่นเลือดลมยังไม่แกร่ง                          เป็นหนุ่มเน้นอย่าหมกมุ่นในตันหา
ถ้ามัวแต่หลงใหลในกามา                               ย่อมนำพาเภทภัยให้กับตน
ครั้งกลางคนเลือดลมคนแกร่งกล้า                   จงนำพาอย่ายื้อแย่งทุกแห่งหน
คนวัยนี้มักอิจฉาริษยาคน                                เลยวกวนชอบช่วงชิงยิ่งรนราน
ครั้งอายุเข้าสู่ชราวัย                                      จงจำไว้อย่าหมกมุ่นโลภล้นหลาม
รู้กำลังของตนบ้างแล้วปล่อยวาง                     เคยลองผ่านประสบการณ์อันมากมี
ทั้งสามข้อนี้เป็นข้อห้ามสัตบุรุษ                       เป็นมนุษย์ต้องผ่องผุดอย่าผลามผลี
ยามวัยรุ่นให้ระวังเรื่องโลกีย์                            ยามกลางคนอย่าได้มีเรื่องร้อนรน
ยามชราอย่าได้โลภโทสัน                              เช่นนี้นั้นจิตใจใฝ่กุศลเป็น
พื้นฐานคุณธรรมของทุกคน                            สัตบุรุษชนพึงปฏิบัติชัดบำเพ็ญ

                                                                                    พระอรหันต์จี้กง
                                                                                ๑๓ เมษายน ๒๕๔๙

                                          รู้ระงับดับอารมณ์

ปราชญ์จวงจื้อกล่าวไว้เป็นหลักคิด                  พึงพินิจพิจารณาพาครวญเห็น
ทั้งพุทธเต๋าเอาเป็นหลักปฏิบัติบำเพ็ญ            ให้ชัดเจนเห็นเหตุผลจงพิจารณา
ทั้งยินดีโกรธขึ้งเศร้าดีใจ                               ทุกอารมณ์อย่าใส่ใจเป็นปัญหา
นี้ควรให้ซึมเข้าสู่กลางจิตตา                          นี้จึงว่าเกิดประโยชน์โทษไม่มี
ยามยินดีย่อมนำมาซึ้งผลีผลาม                       ไม่ระวังเพราะมองข้ามหว่างวิถี
ยามโกรธเกี้ยวก็รนรานไม่นับดี                        เพราะมากมีความหุนหันไม่เข้าใจ
ยามโศกเศร้าก็วู่วามไม่ห้ามหัก                        เลยลืมหลับล้อรอต้องหวั่นไหว
ยามเบิกบานประมาณเลินเล่อไป                     จึงประสบพบเภทภัยให้มากมี
เพราะฉะนั้นพึงใคร่ครวญเห็นให้ชัด                 คณานับทุกอารมณ์ความสุขี
ทั้งโกรธาสารพัดไม่นับดี                                โศกโศกีไม่ดีแน่เห็นแท้เทียว
ทั้งเบิกบานหรรษาว่าเป็นโทษ                        ไร้ประโยชน์พึงพาจิตคิดเฉลียว
อย่าปล่อยให้เกิดในใจแม้นิดเดียว                   เพียงส่วนเสี้ยวพาชีวิตวิบัติไป
หากทำได้ดั่งนี้ดีแน่แท้                                  พึงประจักษ์รู้แก่ใจไร้สงสัย
ย่อมหมื่นลี้วิถี่ทางที่ย่างไกล                           จงแจ้งใจในสัจธรรมนำมรรคา

                                                                                พระอรหันต์จี้กง
                                                                           ๒๗ เมษายน ๒๕๔๙

                                                รู้กำลังทำบุญ

ภาษิตเก่าเล่าขาดไว้ให้ข้อคิด                         พึงพินิจพิจารณาพาชัดเจน
สงเคราะห์คนไม่อาจทำได้ถ้วนเต็ม                  คนยากไร้เห็นชัดเจนเต็มแผ่นดิน
เพราะฉะนั้นทำเท่าที่เรามีกำลัง                       สิ่งสำคัญมิใช่เรื่องของทรัพย์สิน
ต้องมุ่งมั่นเป็นศรัทธามีอาจินต์                        ใจกุศลนับเป็นสิ่งซึ่งสำคัญ
ใต้ฟ้านี้มีงานบุญหนุนทำไม่หมด                     เพียงอย่าลดหมดศรัทธาพามุ่งมั่น
แล้วสร้างบุญหนุนกุศลตามกำลัง                    เช่นนี้นั้นจึงนับเหมาะพึงพิจารณา
ปากท้องยังต้องกินให้อิ่มแรง                          โบราณว่าแข่งบุญได้แต่อย่าแข่งวาสนา
เพราะฉะนั้นจงทำบุญตามกำลังศรัทธา            ขอจงอย่าเกินแรงตนจงจำ
หัดเรียนรู้ดูศิษย์รุ่นเก่าก่อน                             เลี้ยงปากท้องยังใฝ่บุญหนุนฉนำ
มาช่วยเหลืองานเต็กก่าเป็นประจำ                   ทางย่างย้ำไม่เคยหยุดรุดเดินไป
งานต้องทำคุณธรรมต้องบำเพ็ญ                     แม้ยากเย็นยังมานะไม่หวั่นไหว
เช้าถึงเย็นถึงทุกที่ไป                                     เพื่อเต็กก่าให้หมดใจไม่เหลือเลย
ชัดเช่นนี้คนรุ่นใหม่ให้เรียนรู้                           จงพิศดูคนรุ่นก่อนอย่าสงสัย
เสียสละเพื่อเต็กก่าต้องจากใจ                         นี้แหละไซร้จึงนับเป็นศิษย์ของครู

                                                                                       พระอรหันต์จี้กง
                                                                                    ๓๐ เมษายน ๒๕๔๙

                                               รู้ธรรมนำทาง

ภาษิตเก่าเล่าขานไว้ให้ควรคิด                       เพ่งพินิจพิจารณาพาชัดเห็น
แล้วนำสู่การประพฤติปฏิบัติบำเพ็ญ                เป็นแนวทางโดยชัดเจนเร่งใครครวญ
จะระงับดับโกรธนั้นว่ายาก                              ระงับกลัวก็ลำบากหากผันผวน
ขจัดโกรธยากยิ่งหากเรรวน                            ขจัดหวั่นเห็นปั่นป่วนยากเกินแรง
แต่หากมีจริยาความสัตย์ซื่อ                            หมั่นยึดถือปฏิบัติตนโดยเข้มแข็ง
เมื่อตนมีคุณธรรมนำกล้าแกร่ง                         ก็อาจเปลี่ยนแปลงโกรธาพาสบายเบา
หากชัดเห็นเหตุผลจงพินิจ                             ก็พิชิตความหวานหวั่นพ้นอับเฉา
เพราะฉะนั้นทุกอย่างขึ้นกับตัวเรา                    จะหนักเบาเราขจัดระงับเอง
ยามโกรธอย่าโทษฟ้าพาเคืองดิน                    จงสงบนิ่งยิ่งเย็นใจใครครวญเห็น
ใช้คุณธรรมมานำหนุนมุ่งบำเพ็ญ                     ได้ดังนี้ร้อนกับเย็นเห็นสุขใจ
ยามหวาดหวั่นพรั่นพรึงจงยั้งคิด                      เพ่งพินิจเหตุผลอย่าสงสัย
แจ้งประจักษ์ชัดถ้วนถี่ความเป็นไป                  ได้ดั่งนี้ความหวั่นไหวไม่มีมา
สองสามคำรำพันเป็นภาษิต                           ให้ข้อคิดพิจารณาอย่ากังขา
ต่างคำพรวอนอำนวยอวยบุญมา                      ให้เหล่าศิษย์ทุกถ้วนหน้าพาจดจำ

                                                                                          พระอรหันต์จี้กง
                                                                                   ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๔๙

                                                   รู้ระวังชั่งใจ

ภาษิตเก่าเล่าขานมาพาครวญคิด                   เพ่งพินิจไตร่ตรองต้องเหตุผล
เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับทุกคน                    ให้มั่นคงในคุณธรรมนำมรรคา
ยามเมื่ออยู่ตามลำพังถือสันโดษ                      จงระวังความเกลียดโกรธจะมาหา
เพียงน้อยนิดจิตใจจืดแม้ธรรมดา                    แต่ก็พาให้เราสูญเสียคุณธรรม
เพียงน้อยนิดความโลภมาแทรกซ้อน               ศีลธรรมก็บกพร่องอย่างสงสัย
เพียงน้อยนิดความทิฐิมีในใจ                          ก็พาให้จริยธรรมเราทรามลง
เพียงน้อยนิดความตลบตะแลงแซมในใจ          วุฒิปัญญาก็พาให้สูญเป็นผุยผง
เพราะฉะนั้นสัตบุรุษจึงมักระวังตน                    ยามเมื่อตนอยู่รำพังระวังใจ
เพราะสันโดษย่อมง่ายจะโดดเดี่ยว                  ไม่เฉลียวดูนอกลู่ดูเฉไฉ
เพราะฉะนั้นจึงยิ่งต้องระวังใจ                          เพียงน้อยนิดกิเลสภัยอย่าให้มี
นี้เป็นทางอันควรเดินของสัตบุรุษ                    ที่ผ่องผุดวิสุทธิ์สะอาดธรรมวิถี
ขอทุกคนจงตระหนักชัดวิธี                             ใช้ปัญญาพาชัดชี้วิถีธรรม

                                                                                      พระอรหันต์จี้กง
                                                                               ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๔๙

                                               รู้หมั่นฝึกฝน

คนโบราณกล่าวไว้ให้ข้อคิด                           เป็นภาษิตพิจารณาอย่างสงสัย
นำเป็นหลักปฏิบัติบำเพ็ญไป                          ก็ก้าวไกลไร้อุปสรรคขจัดกังวล
ถ้าหญ้าไม่ผ่านลมฝนหิมะ                               ไม้ก็จะไม่อาจแกร่งทนเหน็บหนาว
หากดอกใบ้แต้มแต่งสีดูแพรวพราว                  ไม่ผ่านหนาวก็เฉาหล่นไม่คงทน
คนไม่เคยผ่านลำบากมากอุปสรรค                  ไหนเลยจะกล้าแกร่งแรงเข้มแข็ง
เพราะปัญหาขัดเกลาคนให้กล้าแกร่ง              จึงหนักแน่นฟันฝ่าปัญหาได้ไม่ยากเลย
ไม้ผ่านฝนคนผ่านทนจนแกร่งกล้า                  จึงนำพาให้เข้มแข็งแรงนำหนุน
หญ้าผ่านหน้าคนผ่านร้อนจึงมั่นมุ่ง                  ไม่ขลาดกลัวนำตัวมุ่งมั่นเดินไป
ชัดเช่นนี้ยามเมื่อมีอุปสรรค                             จงน้อมรับมือกลับมันอย่าหวั่นไหว
เพราะปัญหาเป็นครูสองเราให้เข้าใจ                วิธีการใช้แก้ไขอย่างไรกัน
เป็นหญ้าไยไม่กลัวฝนลมหิมะ                         จึงชนะยืนหยัดมั่นไม่หวั่นไหว
เกิดเป็นคนไม่กลัวความทุกข์ยากใจ                 ก็กล้าแกร่งดำเนินไกลในทิศทาง
สองสามคำนำชี้วิถีทิศ                                   พึงพินิจใคร่ครวญพินิจเห็น
มีปณิธานความกล้าหาญโดยเติมเต็ม               เพิ่มความแข็งพูนความเข้มเต็มในตน
ย่อมชนะความทุกข์ยากลำบากทั้งปวง              พาลุล่วงสำเร็จได้ไร้ปัญหา
หมั่นฝึกฝนตนเองเต็มศรัทธา                          มีปัญญาได้ดั่งนี้ดีแท้เทียว

                                                                                            พระอรหันต์จี้กง
                                                                                    ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๙

                                               รู้ละอายใจตน

ยกภาษิตเก่าก่อนซ่อนความหมาย                   มาสาธยายขยายความตามเหตุผล
เพื่อให้ชี้เป็นหลักปฏิบัติของทุกคน                 ข่มใจตนให้มีความละอายใจ
ไม่ทำเรื่องหน้าละอายต่อฟ้าดิน                       ทุกสรรพสิ่งที่ตนทำนำผ่องใส
ไม่ทำเรื่องหน้าละอายต่อใครใคร                     ก็ผู้ใดไม่ตำนิไม่ติเตียน
จะฟ้าดินผู้คนทำเหมือนกัน                             พึงระหวังเรื่องหน้าละอายควรอายเหนียม
สารพัดอกุศลกงกรรมเกวียน                           อย่าวกเวียนไปกระทำจำใส่ใจ
เมื่อไม่ทำเรื่องอับอายแก่ฟ้าดิน                       ใจย่อมนิ่งเป็นสุขไม่หวั่นไหว
เมื่อไม่ทำเรื่องอับอายต่อผู้ใด                         ไยต้องกลัวไปทำไมให้ใคร่ครวญ
มีหิริโอตตัปปะประจำตน                                ไร้กังวลไร้วิตกไร้ผกผวน
รู้ละอายต่อบาปนำสมควร                               จึงเลิศล้วนคุณธรรมนำบำเพ็ญ
สองสามคำนำภาษิตคิดบอกเล่า                     เพื่อให้เข้าถึงเหตุผลจงครวญเห็น
ใช้เป็นหลักดำเนินชีวิตคิดชัดเจน                   โดยครัดเคร่งบำเพ็ญตนจงพิจารณา

                                                                                           พระอรหันต์จี้กง
                                                                                    ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๙

                                                รู้จักหยัดยืน

โบราณชนคนเก่าก่อนพูดให้คิด                      เป็นภาษิตบอกเล่าให้เราเขา
ทุกถ้วนจงตระหนักชัดตัวเรา                           ขจัดสิ้นความขลาดเขาให้หมดไป
ยามเมื่อเจอสารพัดปัญหามา                           อุปสรรคนานาอย่าหวั่นไหว
เมื่อพานพบความยุ่งยากลำบากใจ                   มารุมเร้าเพียงขอให้เราใคร่ครวญ
จงนึกถึงโบราณชนคนเก่าก่อน                        ก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่ผันผวน
เคยประสบอุปสรรคความเรรวน                       ก็เลิศล้วนผ่านปัญหามาด้วยดี
เพราะว่ามีใจมั่นไม่หวั่นหวาด                          จิตมุ่งมาดปรารถนามุ่งวิถี
ไม่สะทกไม่สะท้านถ้าทำดี                              จึงไม่มีความกลัดกลุ้มมาสุมทรวง
งานที่ทำจึงสำเร็จโดยราบรื่น                          เพราะหยัดยืนไม่ลังเลไม่ผันผวน
ทุกกิจการก็สัมฤทธิ์ได้ทั้งปวง                          ผ่านลุล่วงไปด้วยดีไม่มีภัย
เพราะฉะนั้นเมื่อทำงานยามพานพบ                 ต้องประสบความลำบากอย่าหวั่นไหว
ให้นึกถึงคนโบราณจำเอาไว้                            เพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้กับตน
แล้วทุ่มเทแรงกำลังดำเนินงาน                       ย่อมพาผ่านอุปสรรคความสับสน
ที่ยุ่งยากจะกลับง่ายคลายกังวน                       เพราะจิตใจตั้งมั่นคงไม่หวั่นกลัว
มีปณิธานแน่วแน่ไม่แปรเปลี่ยน                       ยามปวดเศียรเจอปัญหาพายิ้มหัว
อย่าได้หวั่นอย่าได้หวาดอย่าขลาดกลัว            ความหม่นมัวมลายหายกลับกลายดี
สองสามคำนำภาษิตคิดบอกกล่าว                   เป็นเรื่องราวการทำงานหว่างวิถี
มีแผนงานมีหลักการมีวิธี                                สิ่งสำคัญสามัคคีร่วมแรงใจ

                                                                                          พระอรหันต์จี้กง
                                                                                      ๑  มิถุนายน ๒๕๔๙

                                                รู้ใจใฝ่ธรรม

คนโบราณกล่าวไว้ให้ข้อคิด                           เป็นภาษิตพึงพินิจคิดศึกษา
ใช้เป็นหลักปฏิบัติของเมธา                            จงพิจารณาพาเคร่งครัดจักบำเพ็ญ
ใช้จิตใจในการหาโภคทรัพย์                          ไปเคร่งครัดหาความรู้พึงครวญเห็น
อยากได้ทรัพย์อย่างไรให้ชัดเจน                     จงเฉกเช่นอยากเรียนรู้ดุจเดียวกัน
จงใช้ใจในการหาชื่อเสียง                              ไปคู่เคียงหาคุณธรรมอย่าหุนหัน
ชื่อเสียงเกียรติยศล่วงทั้งนั้น                          สิ่งสำคัญคือคุณธรรมนั้นของจริง
จงใช้ใจที่รักใคร่ในลูกเมีย                              อย่าให้เสียกตัญญูอันยอดยิ่ง
เอาใจนั้นรักพ่อแม่อย่าประวิง                          เหมือนใจจริงรักลูกเมียอย่างเดียวกัน
จงใช้ใจที่รักษาบรรดาศักดิ์                             ที่หวงนักรักตำแหน่งเคี้ยวแข่งขัน
เอาใจนั้นไปรักชาติให้เท่ากัน                         ได้เช่นนั้นบ้านเมืองก็ร่มเย็น
หลักสี่ข้อข้างต้นจงครวญคิด                          เป็นภาษิตคนโบราณวานครวญเห็น
แล้วนำไปประพฤติปฏิบัติบำเพ็ญ                    จึงนับเป็นสัตบุรุษผู้ผุดผาดงาน
สองสามคำพร่ำรำพันเป็นข้อคิด                     หวังปองศิษย์จะพินิจคิดสมาน
นำไปใช้ดำเนินชีวิตให้งดงาม                         จึงเป็นศิษย์สมอาจารย์วานใครครวญ
เป็นคำอวยพรชัยวิหารเซียน                           ประจวบเวียนสิบแปดปีไม่ผันผวน
เป็นมงคลดลชัยให้เลิศล้วน                            ที่ทุกคนสมควรจะรับไป

                                                                        พระอรหันต์อาจารย์จี้กง
                                                                                 ๖ มิถุนายน ๒๕๔๙

                                             รู้น้อมถ่อมตน

สรรนิพนธ์หลุ่งงื้อขงจื้อกล่าว                          เป็นเรื่องราวภาษิตบัณฑิตควรเห็น
ใช้เป็นหลักปฏิบัติประพฤติบำเพ็ญ                  เพื่อให้เป็นบัณฑิตชนคนดีงาม
มีเหมือนไร้เต็มเหมือนพร่องต้องตระหนัก          อย่าข้องขัดเปิดใจกว้างอย่างอาจหาญ
สิ่งสำคัญอย่าถือสาอย่าหาความ                     คนที่พาลใส่กับเราให้เข้าใจ
ผู้ที่มีความรู้อยู่ในตน                                     พึงอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นนิสัย
ประดุจเดียวกับผู้ไร้ความรู้ใดใด                      อุปนิสัยไม่โอหังยังนับงาม
ที่มีความฉลาดนับปราดเปรื่อง                        พึงจรรยาเสงี่ยมเนื่องไม่นับห่าม
ดุจเดียวกับคนขลาดเขลาน้อมสักการ              ไม่ผยองไม่ว่างก้ามนับงามดี
แม้นเมื่อมีคนมาพาลหาเรื่องเรา                       อย่าถือสาเอาความเขาจึงสุขี
เปิดใจกว้างรับเรื่องราวประดามี                       ได้เช่นนี้จึงนับเป็นบัณฑิตชน
คนฉลาดหากยโสหยิ่งจองหอง                       บัณฑิตปลอมโมฆะบุรุษไม่สมควร
ต่อให้มีความรู้เหนือผู้คน                                ก็เท่านั้นนับทรชนคนต่ำทราม
เพราะฉะนั้นควรมีความอ่อนน้อมถ่อมตน           เป็นบัณฑิตจึงนับสมไร้คำถาม
เพราะว่ามีจรรยาสง่างาม                                แม้เทวดายังสักการต่างยกย่อง
คนใจกว้างพบภูตผีผียังไหว้                           ทั้งฟ้าดินต่างยกให้ไม่ต้องขอ
เพราะเปิดใจกว้างใหญ่กว่าฟ้าดินหน่อ             เช่นนี้ก็นับสัตบุรุษผุดผาดงาม
สองสามคำนำภาษิตคิดบอกเล่า                     ให้พวกเราเข้าใจธรรมนำสืบสาน
เปิดใจกว้างรับฟังคำรับฟังความ                     เรื่องทุกอย่างเสมอเหมือนเพียงเศษธุลี

                                                                                               พระอรหันต์จี้กง
                                                                                          ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๙

                                                    รู้มุ่งมานะ

ภาษิตเก่าเล่าขานไว้ให้ข้อคิด                        เป็นภาษิตสะกิดใจใคร่ครวญเห็น
ต้นสนนั้นย่อมทนทานความหนาวเย็น              ไก่ยังขันแม้ฝนเช้าเป็นประจำ
ถึงปลายปีลมเหนือมาพาหนาวเหน็บ               สนคงเขียวกิ่งใหญ่เล็กยังคงมั่น
ไม่ร่วงหลนโรยใบ้ให้จดจำ                             สนคงมั่นไม่หวั่นไหวแม้หนาวเย็น
แม้พายุลมฝนโหมกระหนำ                             ยามอรุณไก่ยังขันไร้ข่วงเข็ญ
จะฝนตกฟ้าร้องต้องลำเค็ญ                           ไก่ยังขันให้เราเห็นเป็นประจำ
เพราะฉะนั้นยามพานพบอุปสรรค                    คณานับปัญหามาอย่าถลำ
ต้องตั้งจิตคิดรอบครอบชอบคุณธรรม              ศรัทธามั่นไม่หวั่นไหวไม่เปลี่ยนแปลง
ยังมานะมุ่งมั่นทำงานไป                                ไม่ท้อถ่อยไม่หวั่นไหวไม่หน่ายแหนง
เพราะยึดมั่นในศรัทธาไม่เปลี่ยนแปลง             จึงเข้มแข็งทำงานไปไม่กังวล
จะทำงานเต็กก่ายิ่งต้องมี                               ความศรัทธามุ่งวิถีทางกุศล
คนจะด่าว่าร้ายต้องอดทน                              ศรัทธามั่นตั้งกมลตรงทางไป
จะเหนื่อยยากลำบากลำบนจงมุ่งมั่น                อย่าหุนหันอย่าหวั่นหวาดอย่าขลาดไหว
ต้องเต็มเปี่ยมศรัทธาอยู่ในใจ                         เช่นนี้ไซร้ผ่านอุปสรรคได้ไม่ยากเลย
คนนินทาว่าร้ายอย่าไปหวั่น                            จะเหนื่อยเหน็ดให้มุ่งมั่นอย่าหยุดเฉย
จงก้าวเดินทางสายตรงเหมือนอย่างเคย          ที่สุดเอ๋ยย่อมชนะจะสมใจ
สองสามคำนำภาษิตมาบอกเล่า                      ให้เหล่าศิษย์คิดเข้าใจอย่างสงสัย
จะทำงานการเต็กก่าต้องเข้าใจ                       มุ่งมั่นไปอย่าได้ท้อก็สมปอง
หวังใจว่าประดาศิษย์จะพิศเห็น                       หัดเหมือนสนทนหนาวเย็นเห็นถูกต้อง
หัดไก่ขันอย่าได้หยุดทุกครรลอง                     ได้ดังนี้จะสมปองได้สมใจ

                                                                                           พระอรหันต์จี้กง
                                                                                       ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๙

                                              รู้คงต้นปลาย

กวีนิพนธ์คนโบราณนามซีเกีย                        ชื่อหนังสือไม่ต่ำเตี้ยนามส่งสูง
ลิขิตคำเป็นภาษิตคิดชักจูง                            ให้มนุษย์มีใจสูงไม่ตำลง
ยามทำงานไม่มีใครไม่คิดเริ่ม                          แต่เมื่อลงมือปฏิบัติย่อมชัดประสงค์
ยังไม่ถึงครึ่งทางกลับปลดปลง                       ไม่เหมือนต้นตอนลงแรงแปลงเปลี่ยนไป
คนส่วนใหญ่กระตือรือร้นเหมือนต้นงาน            ถึงปลายทางงานทุกอย่างกลับเฉไฉ
แล้วเช่นนี้จะมีประโยชน์อันใด                         งานทำไปค่อยๆล้าพาลดแรง
เหมือนเฉกเช่นมาเป็นศิษย์เต็กก่า                    เมื่อเริ่มต้นก็ศรัทธาพาเข้มแข็ง
หากไปมากลางมรรคาพาเปลี่ยนแปลง             ถึงปลายทางกลางศรัทธาไม่เหลือเลย
แล้วเช่นนี้มีคุณธรรมได้อย่างไร                      สำรวจใจให้ใคร่ครวญอย่าหยุดเฉย
จากเริ่มต้นจรดบั้นปลายให้เหมือนเคย             จึงจะเอ่ยว่าเป็นศิษย์แห่งคุณธรรม
ชัดดั่งนี้ต้องมีต้นต้องมีปลาย                          จากเริ่มต้นสู่บั้นปลายให้เลิศล้ำ
ดีแต่ต้นแต่ปลายเสียไม่คงมั่น                         จงจดจำทำแต่ดีต้นจวบปลาย

                                                                                             พระอรหันต์จี้กง
                                                                                        ๙ กรกฎาคม ๒๕๔๙

                                             รู้สร้างสัมพันธ์

ปราชญ์โบราณท่านกล่าวไว้ให้ข้อคิด              เป็นภาษิตใช้สติเตือนคนรุ่นหลัง
แต่ละคำค่าราคาทองพันช่าง                          ซ่อนคำนัยประโยชน์ยังทุกผู้คน
ใช้เงินทองมาคบค้าพาเป็นมิตร                       ทรัพย์สินหมดก็หมดมิตรทุกแห่งหน
ใช้ความงามน่าคบค้าสมาคม                          เมื่อร่วงโรยก็หมดคนมาผูกพัน
นี้เป็นหลักความจริงยิ่งกว่าจริง                        ปุถุชนชายหญิงย่อมไม่ผันผวน
เป็นเช่นนี้พาคบค้าพาเรรวน                           พึงใคร่ครวญให้เห็นแจ้งคำโบราณ
จะคบมิตรถ้าคิดโลภหวังเงินทอง                    ยามทรัพย์สินเคยเนืองนองมิตรสมาน
ครั้งเงินทองมาหมดสิ้นต่อวันวาร                     มิตรเมินหมางไม่มามองต้องเข้าใจ
ยามยังสวยรวยเสน่ห์ย่อมเก๋ไก๋                        ล้วนใครใครมาสมัครพารักใคร่
ครั้งร่วงโรยหมดสวยก็เปลี่ยนไป                     ล้วนใครใครไม่มาแลนี้แท้เทียว
ชัดเช่นนี้ขอเพียงมีความจริงใจ                       ยิ่งคบไปยิ่งสนิทชิดแน่นเหนียว
ยิ่งคบค้ายิ่งพาให้ใจหนึ่งเดียว                         ไม่คดเคี้ยวไม่แส่สายไม่เปลี่ยนแปลง
เพราะฉะนั้นจะคบหากันเป็นเพื่อน                   อย่าแชเชือนมิตรภาพไม่หน่ายแหนง
พึงต้องมีความจริงใจใฝ่แนบแน่น                    ผูกไมตรีให้กล้าแกร่งด้วยจริงใจ
มากินข้าวเอ๋ยหนุ่มสาวจงครวญคิด                  กระชับมิตรสนิทใกล้ไร้เงื่อนไข้
ผูกสมัครรักสัมพันธ์กันด้วยใจ                         มิตรไมตรีก็นานไกลไปนิรันดร์
มาดื่มเหล้าเพื่อนพ้องเอ๋ยต้องตระหนัก             ผูกสมัครมิตรไมตรีโดยเฉิดฉันท์
มิใช่แค่หวังประโยชน์กันแหละกัน                    ความสัมพันธ์ก็ยืนยงคงตราบนาน
พระจี้กงยืมภาษิตคิดบอกเล่า                          ใช้แทนเงินซื้อเหล้าซื้ออาหาร
สองสามคำค่าพันชั่งซื้อบริการ                        เป็นคำพรภัตตาคารวานสอนคน

                                                                                     พระอรหันต์จี้กง
                                                                                ๒๓ กันยายน ๒๕๔๙

                                              รู้วางแผนงาน

คนโบราณกล่าวไว้ให้ข้อคิด                           ประกอบกิจจะสัมฤทธิ์สำเร็จผล
ต้องหนักแน่นต้องเข็มแข็งต้องอดทน              มีจิตใจมั่นคงประกอบการ
อย่าได้กลัวความลำบากอันยากยุ่ง                   ต้องมั่นมุ่งกระทำกิจจิตกล้าหาญ
ไม่สมควรสะดุ้งหยุดลงกลางทาง                    ต้องมั่นเพียรพยายามก้าวต่อไป
อย่าให้เกิดความบกพร่องความผิดพลาด          แม้ช่องว่างช่องโหว่ขาดไม่ได้
ต้องปิดกั้นไม่ให้เกิดหว่างทางไป                     จึงก้าวไกลไร้อุปสรรคจะสมใจ
เรื่องความจริงบางอย่างก็ห้ามพูด                    สงบคำดีที่สุดจะผ่องใส่
อย่าประณามหยามเยียดซึ้งใครใคร                  ได้ดั่งนี้ไม่มีภัยมาถึงตัว
ถ้าทำได้อย่างนี้ว่าดีแน่                                  ทุกการกิจสัมฤทธิ์แท้เป็นเจ้าสัว
กระทำได้ตามที่ว่าขออย่ากลัว                         จะว่าหม่นจะว่ามั่วไม่สมใจ
นี้เป็นหลักการทำงานที่สำคัญ                        ต้องตั้งมั่นประจำจิตอย่างสงสัย
ได้ดั่งนี้จะทำงานการใดใด                             ก็สำเร็จเสร็จสมใจให้พิจารณา
เรื่องที่ถามวานว่าอย่าคิดมาก                          ที่ใดอยากก็พาสู่รู้ปัญหา
ที่ใดด้อยทำให้เด่นเห็นชัดตา                         ที่ใดน้อยค่อยเพิ่มพาให้พูนเต็ม
ถ้าไม่กล้าก็ได้เท่าที่มี                                    ถ้าไม่เสี่ยงแค่พอดีตามที่เห็น
จะเอามาเอาน้อยให้ชัดเจน                            แต่อย่างเร่งจนเกินงามผลามผลีไป
ดูจังหวะเวลาพาตัดสิน                                  เรื่องที่ดินเรื่องที่ทางอย่าสงสัย
มีปัญหาเรื่องทำเลยังแก้ได้                            เอาข้อด้อยนำมาใช้ให้เด่นดี
ชัดดังนี้ค่อยๆตัดสินใจ                                   อย่าเร่งไวเกินอาจะผลามผลี
รอจังหวะเวลาต่อปลายปี                               ทิศทางชี้เห็นชัดค่อยตัดสินใจ

                                                                                        พระอรหันต์จี้กง
                                                                                     ๒ กันยายน ๒๕๔๙

                                            รู้สอนลูกหลาน

ปราชญ์โบราณกล่าวสอนไว้ใช้ครองเรือน        เพื่อตักเตือนเป็นคำสอนสั่งลูกหลาน
โดยให้มีจริยธรรมประจำบ้าน                          เป็นรากฐานสำคัญของครอบครัว
คนแต่ก่อนจะครองเรือนเตือนตนเอง               ต้องบำเพ็ญจริยธรรมไม่ซี้ซั้ว
มุมานะมีคุณธรรมประจำตัว                             ได้ดังนี้ไม่หมองมั่วไร้ราคิน
เป็นด้วยเหตุจริยธรรมทำกันได้                      ไม่ต้องไหว้วอนขอเหมือนทรัพย์สิน
ตัวทำดีมีมารยาทเป็นอาจิณ                           ทั้งมีศีลมีสัตย์ก็นับจริยธรรม
เพราะฉะนั้นจริยธรรมนำครอบเรือน                 อย่าแชเชือนตักเตือนสอนเป็นฉนำ
ก็ย่อมได้รับประโยชน์เป็นประจำ                     ไม่มีวันไม่สำเร็จให้พิจารณา
นี้เป็นธรรมเพื่อใช้ปกครองลูกหลาน                 เป็นคำสอนประจำอย่ากังขา
นี้เป็นพรมมงคลกว่าเงินตรา                           เพื่อใช้คุ่มครองรักษาเคหาเอย
คนโบราณกล่าวคำไว้ให้ข้อคิด                       หวังเป็นผลสัมฤทธิ์แก่หนุ่มสาว
ยามหนุ่มแน่นแกร่งกำลังทำเรื่องราว                มองให้ไกลก้าวให้ยามโดยมั่นคง
ต้องมุ่งมานะโดยบากบั่น                               ทั้งพากเพียรใฝ่ขยันยังเหมาะสม
ปีเดือนวันผันผ่านไปได้อย่างสายลม               พริบพลันพ้นไม่หวนกลับย้อนคืนมา
กาลเวลาใครหน้าไหนรั้งไว้ได้                        เมื่อผ่านไปไม่อาจเหนี่ยวอย่ากังขา
เพราะฉะนั้นยังหนุ่มแน่นแกร่งกายา                 ต้องเร่งเร็วฉวยเวลาอย่าปล่อยไป
พึงมั่นเพียรเรียนรู้สู้มานะ                                ทำธุระประกอบกิจทั้งน้อยใหญ่
มีโครงการแผนงานอย่างแจ้งใจ                      แล้วเร่งไวมุ่งมานะจะสมปอง
รู้เวลาอย่าปล่อยไปโดยไร้ประโยชน์                ก้าวต่อก้าวเดินอย่าเฉไฉ
ทำการงานทั้งธุรกิจทั้งน้อยใหญ่                     ต้องมุ่งมั่นตั้งจิตใจให้คงทน
ได้ดั่งนี้ก็ย่อมมีความสำเร็จ                             งามจะสำเสร็จสัมฤทธิ์กิจหวังจะสม
ชัดเช่นนี้หวังหนุ่มสาวดรุณชนม์                      ต้องมานะโดยดั้นด้นดำเนินไป

                                                                                          พระอรหันต์จี้กง
                                                                                       ๙ กันยายน ๒๕๔๙

                                            รู้คิดใคร่ครวญ

ปราชญ์โบราณนามจูฮีกล่าวไว้ชัด                   ใช้เป็นหลักการทำงานวานศึกษา
เป็นข้อคิดพินิจเห็นเต็มปัญญา                       ก็จะพาให้สำเร็จเสร็จกิจการ
เรื่องเล็กๆยังงายจะวิตก                                 เรื่องใหญ่ย่อมจะตระหนกจนหวั่นไหว
เรื่องแม้ใหญ่หากหนักแน่นไม่ตกใจ                  แล้วเรื่องเล็กก็ยิ่งไม่ไปหวั่นกลัว
นี้เป็นหลักธรรมดาพาครวญคิด                       พึงพินิจภาษิตธรรมจำใส่หัว
ถ้าแม้เรื่องเล็กเล็กยังหวั่นกลัว                         เรื่องที่ใหญ่ยิ่งหวาดกลัวเป็นทวีคูณ
เพราะจิตใจไม่หนักแน่นไม่แกร่งกล้า                เพียงเรื่องเล็กเล็กยังพาให้เสียสูญ
นับภาษาอะไรเรื่องใหญ่ยุ่ง                             พาลเสียศูนย์ไม่ตรงทาง
แต่ถ้าหากเรื่องใหญ่ใจยังแกร่ง                        แล้วเรื่องเล็กย่อมช่างไม่ผลีผลาม
เพราะฉะนั้นจิตตั้งมั่นไม่รนราน                        ทำการงานแม้เล็กใหญ่จึงไม่กลัว
ชัดเช่นนี้ขอให้มีสติตั้ง                                   ย่อมไม่หวั่นเรื่องยากง่ายสมเจ้าสัว
ต่อปัญหาอุปสรรคมาถึงตัว                             ย่อมไม่กลัวเพราะไม่ประมาทขาดสติเลย
นี้เป็นหลักสำคัญการทำงาน                           พึงจดจารวานไปทำอย่าช้าเฉย
รู้เหตุผลจงปฏิบัติอย่าละเลย                           ได้เช่นนี้เศรษฐีเอ๋ยเป็นแน่นอน

                                                                                          พระอรหันต์จี้กง
                                                                                     ๒๕ กันยายน ๑๕๔๙

                                          รู้ศรัทธามีปัญญา

ในคัมภีร์ตงยังกล่าวไว้ชัด                              ให้ปฏิบัติตามหลักธรรมนำแจ้งเห็น
มีศรัทธาเป็นเริ่มต้นค่อยชัดเจน                      พาให้เห็นมีปัญญาว่าภูมิธรรม
มีปัญญาแล้วจึงค่อยมีศรัทธา                          นี้เรียกว่าการอบรมบ่มสั่งสอน
ทั้งสองนั้นทางประเสริฐเลิศด้วยธรรม              จงจดจำนำไปคิดพิจารณา
เริ่มต้นด้วยมีศรัทธาเป็นพื้นฐาน                      ได้อาจารย์มาชี้แนะแล้วศึกษา
จนทำให้เราเห็นแจ้งในปัญญา                        นี้เพราะว่านิสัยเดิมเป็นกุศลบุญมูล
แต่ว่าเรามีปัญญาพาเห็นชัด                           แล้วฝึกฝนปฏิบัติจนใจสูง
พาให้มีศรัทธาโดยเพิ่มพูน                             นี้เรียกว่าการค้ำคูณสั่งสอนคน
จะเริ่มจากศรัทธาแล้วมีปัญญา                        หรือเริ่มจากมีปัญญาแล้วศรัทธาสูงส่ง
ก็ล้วนเลิศประเสริฐวิญญูชน                           อันควรแก่ความนิยมยกย่องจริง
วันนี้ข้าจี้กงร่ำรำพัน                                      ถ้อยจำนรรจ์เป็นภาษิตคิดชายหญิง
จงตระหนักเป็นข้อคิดพาแจ้งจริง                    ประโยชน์ยิ่งกว่าคำอวยพรวอนคิดดู

                                                                                          พระอรหันต์จี้กง
                                                                                          กันยายน ๒๕๔๙

                                                 รู้ฟังคำตรง

ในหนังสือโบราณนามจ๊อย้ง                            มีคำคมนับจำนวนหกตัวอักษร
เป็นภาษิตที่ประเสริฐเลิศกว่าพร                     ใช้สั่งสอนเตือนจนเองเห็นเหมาะควร
คำพูดตรงฟังยากเพราะขัดหู                          คำยกยอฟังดูง่ายไม่ผันผวน
เพราะฉะนั้นเป็นผู้นำต้องใคร่ครวญ                 โดยสมควรรับฟังคำพูดตรง
วาจาดีมีประโยชน์ใช้สติเตือน                         ตรองดำริเห็นชัดอย่าสงสัย
คำยกยอปอปั้นแสร้งบรรจง                             อย่านิยมชมชอบมันเป็นอันขาด
ยิ่งเป็นใหญ่หูทั้งสองต้องยิ่งหนัก                     พึงรู้จักฟังคำของนักปราชญ์
คำพูดใดที่ตรงชัดฟังแม้ยาก                           คนฉลาดพึงรู้ฟังย้ำเตือนตน
คำสรรเสริญเยินยอว่าปอปั้น                           เท็จทั้งนั้นอย่าไปฟังนำฉนง
ยิ่งพูดคำเลียแข่งขาอย่าชื่นชม                       ฟังคำตรงแม้จะขมนับเป็นยา
คำสอพลอยอเยินอย่าเพลินหลง                     แม้ไม่ขมซ้ำอมหวานยังน่ากังขา
เป็นคำพูดอาบยาพิษจงพิจารณา                    ใช้ปัญญาไปรับฟังคำพูดคน
สองสามคำพันรำพันเป็นบทกลอน                  แทนคำพรวอนจดจำนำสถล
ต่างของขวัญรับตำแหน่งท่านนายพล              ใช้เตือนตนเตือนสติจงพิจารณา

                                                                                          พระอรหันต์จี้กง
                                                                                     ๑๕ ตุลาคม  ๒๕๔๙

                                                รู้ฟังคำสอน

ปราชญ์เมธีมีคำกล่าวเป็นข้อคิด                     ให้พินิจคิดใคร่ครวญโดยถ้วนถี่
ยามฟังคำหรือสดับตลับวจี                             มากน้อยนั้นควรจะต้องมีวิจารณญาณ
ประการแรกจะต้องรู้ว่าผู้พูด                            เอ่ยคำพูดด้วยเหตุผลจงศึกษา
ว่าผู้นั้นมีอุปนิสัยกิริยา                                   หรือเจตนาเป็นอย่างไรให้ชัดเจน
ทั้งต้องรู้ทัศนคติของผู้พูดนั้น                         สิ่งสำคัญยังต้องรู้ดูชัดเห็น
ถึงอารมณ์ของผู้พูดร้อนหรือเย็น                      ต้องชัดเห็นโดยถ้วนถี่ดีแท้เทียว
ได้ดังนี้ฟังคำคนไม่ผิดพลาด                          เพราะฉลาดรู้สดับด้วยเฉลียว
คำที่ฟังถูกผิดรู้ชัดเชียว                                 ทุกส่วนเสี้ยวของวจีมีความนัย
ฉลาดฟังเฉลียวคิดจึงเหมาะสม                      ฟังคำคนไม่หลงเชื่อไม่สงสัย
เพราะรู้ชัดว่าผู้พูดเป็นอย่างไร                        ทั้งแจ้งชัดถึงความนัยของคำคน
แม้เมื่อเชื่อก็มิใช่จะงมงาย                              เพราะรู้คิดไม่เชื่อง่ายไม่สับสน
นี้เป็นข้อคิดฟังคำคน                                    พึงพากันแจ้งกมลจงจดจำ
ค่ำคืนนี้ข้าจี้กงมาบอกกล่าว                           ถึงเรื่องราวภาษิตธรรมเป็นฉนำ
ยกวจีปราชญ์โบราณไม่กี่คำ                           มาโน้มนำสั่งสอนศิษย์ให้พิจารณา
มาถือศีลกินเจจงตระหนัก                              โดยรู้ชัดหลักธรรมนำศึกษา
มิใช่เชื่อทำไปเพราะฟังมา                              ควรจะต้องมีปัญญาพาเข้าใจ
จะถือศีลกินเจต้องแจ่มชัด                              แล้วจึงนำไปปฏิบัติไร้สงสัย
จึงสัมฤทธิ์กิจกุศลบันดลชัย                            อำนวยให้ได้รับพรอันแท้จริง
วัชรเฉทิกปรัชญาปารมิตรสูตร                         ทรงดำรัสตรัสพูดแก่ชายหญิง
เพื่อให้มีปัญญาพาเห็นจริง                             ทุกสรรพสิ่งสภาวะพาเป็นไป
ทุกปัญญาดุจเพชรตัดทำลายมายา                 พึงนำพาปัญญาเถิดจะผ่องใส่
ถ้วนทุกสิ่งจึงเห็นชัดประจักษ์ใจ                      คลายสงสัยด้วยปัญญาเห็นถูกต้อง
ในพระสูตรปัจฉิมบทโศลกกล่าว                     ถึงเรื่องราวของโลกหล้าอย่าฉงน
เป็นหลักธรรมบทสรุปนี้ชัดตรง                       รอผู้คนจงมาศึกษากัน
ทุกสภาวะสรรพสิ่งความเป็นไป                       ดุจภาพเงาดั่งมายาในฟองฝัน
เหมือนน้ำค้างคล้ายสายฟ้าไปมาพลัน             พึงพิศเห็นประจักษ์ธรรมดังสาธกมา
โศลกธรรมท้ายบทของพระสูตร                      นี้ชี้ชัดฟังคำพูดต้องศึกษา
มีปัญญาเหมือนเพชรตัดทำลายมายา              จงพากันมาศึกษาพระคัมภีร์
ราตรีนี้ข้าจี้กงบ่นพร่ำสอน                              แทนคำพรอำนวยให้ศิษย์สุขี
จงพากันร่วมเกิดก่อปัญญามี                           จึงนับดีร่วมพิธีการกินเจ

                                                                                          พระอรหันต์จี้กง
                                                                                       ๒๗ ตุลาคม ๒๕๔๙

                                                  รู้ลงแรงทำ

ปราชญ์ลุ่งจื้อกล่าวไว้ชัดเป็นหลักคิด               พึงพินิจพิจารณาพาแจ้งเห็น
เป็นประโยชน์กับชีวิตพึงชัดเจน                      รู้ใช้เป็นแนวทางในการทำงาน
จะสลักไม้ถ้าลงแรงแต่เพียงเริ่ม                       แค่เริ่มต้นก็กลับทิ้งงานไม่สืบสาน
แม้ไม้ผุก็ยังไม่อาจเป็นรูปร่าง                          เพราะว่าไร้ความพยายามงานไม่เดิน
แต่เมื่อจะสลักหินยังจริงจัง                             แล้วมุ่งมั่นไม่หยุดยั้งด้วยฮึกเหิม
เมื่อลงแรงทำไปนับแต่เริ่ม                             แล้วดำเนินติดต่อไปไม่หยุดเลย
แม้หินแกร่งยิ่งกว่าเหล็กยังเสร็จเป็นรูป             มีลวดลายฉลุเฉลารูปงามเอ๋ย
นี้เพราะว่ามีมานะไม่ละเลย                             งานแม้ยากย่อมไม่เฉลยเสร็จสมใจ
ชัดเช่นนี้ขอจึงมีความวิริยะ                             อุตสาหะพากเพียรไม่หวั่นไหว
จะทำงานก็ทุ่มเททั้งแรงใจ                             ไม่เฉไฉสุดกำลังตั้งใจทำ
ได้ดังนี้งานแม้ยากจักลับง่าย                          กิจแม้ใหญ่ก็กลับกลายเล็กอย่าเห็นขำ
ความพยายามจะบันดลผลเลิศล้ำ                    งานที่ทำสำเร็จได้โดยง่ายดาย
เพราะฉะนั้นเมื่อตั้งใจเผยแผ่คุณธรรม               ต้องจดจำใจควรมั่นไม่ยักย้าย
มีปณิธานคงมั่นไม่กลับกลาย                          จุดมุ่งหมายก็ไปถึงไม่ยากเลย
ค่ำคืนนี้ข้าจี้กงหยิบยืมคำของลุ่งจื้อ                 มาสอนธรรมนำเฉลย
ขอสาธุชนคนกินเจอย่าหลงเลย                      เมื่อฟังแล้วจงอย่าเฉยเร่งบำเพ็ญ
มีปัญญาโดยเติมเต็มกันทุกคน                        อย่ามัวแต่มาไหว้ขอพรพระ
แต่ควรจะมานะสร้างกุศล                               อย่าเอาแต่มานั่งท่องบ่นมนต์
พรมงคลจะได้รับถ้าทำดี                                ราตรีนี้มีหลักธรรมนำเร่ขาย
ค่ามากมายบันดลชัยให้สุขี                             ไม่ต้องใช้เงินตรามาซื้อวจี
ขอเพียงมีศรัทธามาแลกไป                            จึงสรุปเป็นยุติงานกินเจ
อย่าลังเลอย่าเรรวนอย่าเฉไฉ                          มาไหว้พระสดับธรรมนำกลับไป
คงรู้ใช้ให้เกิดประโยชน์ตน                             ได้ดังนี้คืออนิสงฆ์การกินเจ
อย่าไฉเฉจงเร่งเร็วสร้างกุศล                          แล้วดำเนินเดินสู่ทางสายตรง
เป็นมงคลที่แท้แก่กินเจ
                                                                                      พระอรหันต์จี้กง
                                                                                   ๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๙

                                                      รู้ดูผู้คน

คนโบราณสอนลูกหลานให้ข้อคิด                    เป็นภาษิตโอวาทประจำเคหา
ใช้อบรมบ่มนิสัยให้มีปัญญา                            เพื่อเติบใหญ่ในวันข้างหน้าเป็นคนดี
ใช่ไม่ใช่คนละโมบดูไม่ยาก                             ขอเพียงหากรู้สังเกตทุกครั้งที่
เวลาจะให้สิ่งของใครก็ดี                                เป็นอย่างไรย่อมชัดชี้พฤติกรรม
ใช่ไม่ใช่คนที่ชอบมีชื่อเสียง                            ก็ขอเพียงดูได้เป็นฉนำ
เวลาที่ชมผู้อื่นอย่างไรกัน                               ก็สะท้อนพฤติกรรมให้เห็นเอง
นี้ย่อมเห็นได้ชัดเจนไม่ยากเลย                       สิ่งสำคัญรู้ตนเองเห็นเป็นดี
ว่าเรานี้เป็นอย่างไรใคร่เฉลย                          ใช่ละโมบชอบได้หน้าหรือเปล่าเอย
ชอบเอาชนะหรือไม่เอ๋ยดูตัวเอง                      ให้สำรวจตรวจสอบตัวเองเถิด
ย่อมล้ำเลิศกว่าสิ่งใดใดใคร่ครวญเห็น             ว่าเวลาเราให้ของคนอื่นอย่างไรเป็น
ก็ชัดเจนว่าตนเองเป็นอย่างไร                        เวลาที่เราชมคนอื่นนั้น
สิ่งสำคัญชมด้วยใจใช่หรือไม่                         หรือซ้อนเร้นแอบแฝงเหตุผลใด
ถ้าเข้าใจได้ดังนี้ดีแท้เทียว                             ดูตัวเองต่อคนอื่นเป็นอย่างไร
เรายอมไหมลดราวาศอกใคร่เฉลียว                 หรือเอาแต่ค้านแม้เรื่องนิดเดียว
ถ้าเฉลียวรู้ตนเองเห็นว่าดี                              ไม่ต้องไปดูไกลถึงผู้อื่น
คนแสนหมื่นเป็นอย่างไรย่อมชัดชี้                   เริ่มจากตนเป็นอย่างไรให้รู้ดี
ผู้อื่นมีอุปนิสัยไม่แตกต่างกัน                          นี้เป็นคำคนโบราณสองสั่งลูก
เพื่อจะปลูกสติปัญญาให้คงมั่น                       พระจี้กงเลยหยิบยืมมาสอนสั่ง
พร่ำรำพันเป็นบทกลอนวอนใคร่ครวญ             ขอฝากไว้เป็นโอวาทประจำบ้าน
ใช้สอนลูกสอนหลานให้เลิศล้วน                    ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่โดยสมควร
ไม่ผันผวนห่างจากธรรมจำใส่ใจ

                                                                                          พระอรหันต์จี้กง
                                                                                   ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

                                                 รู้การคบค้า

ปราชญ์โบราณขานกล่าวไว้ให้ข้อคิด               เป็นภาษิตการคบค้ากับมิตรสหาย
พึงจดจำเป็นหลักหมั่นไม่กลับกลาย                 จะซื้อขายการทั้งหลายก็ก้าวไกล
ถ้าคบค้าอิทธิพลผลประโยชน์                         ถือคุณโทษด้วยพิศวาสด้วยเลื่อมใส่
เรียกคบค้ากันด้วยผลกำไร                             เช่นนี้ไซร้ตระหนักโดยชัดเจน
ถ้าคบค้าด้วยคุณธรรมความสัตย์ซื่อ                ย่อมได้รับความเชื่อถืออย่าสงสัย
เนื่องเพราะมีเหตุผลคนเชื่อใจ                        การคบค้าก็พาให้ยั่งยืนนาน
เนื่องเพราะน้ำใจคนเปลี่ยนแปลงง่าย              ที่ยากลืมสัจธรรมไซร้นานไพศาล
ชัดดังนี้จะประกอบกิจการงาน                         ต้องตระหนักชัดเห็นความเป็นจริง
จะคบค้าสมาคมกับผู้ใด                                 จงแจ้งใจให้แจ้งจิตทั้งชายหญิง
ความสัมพันธ์เชิงอำนาจใช่ของจริง                 ผลประโยชน์ย่อมประวิงได้ไม่นาน
ความสัมพันธ์เชิงจริยธรรมยั่งยืนกว่า                เพราะเหตุผลจะนำพาผลไพศาล
มีน้ำใส่ใจจริงสักกี่นาน                                   ถ้าวังเพียงประโยชน์บ้างไม่นานวัน
เพราะใจมนุษย์นั้นยากหยั่งวัด                         อาจพริบพลันตาลปัตรกลับผวนผัน
น้ำใจคนง่ายเปลี่ยนแปลงไม่คงมั่น                  แต่สัจธรรมนั้นคงนานยากลืมเลือน
ต้องรู้เตือนตนเองให้มีคุณธรรม                       ได้ดังนี้มิตรภาพก็ยั่งยืน
จะค้าขายก็ราบรื่นเป็นฉนำ                             มีเพื่อนฝูงคอยช่วยเหลือคอยแนะนำ
มีคนอุปถัมภ์ค้ำชูตน                                      นี้เป็นคำปราชญ์โบราณวานครวญคิด
เป็นภาษิตประกอบกิจสัมฤทธิผล                    ที่หยิมยืมนำมาใช้แทนคำจี้กง
พูดสัตย์ตรงจงจดจำนำไปพิจารณา

                                                                                          พระอรหันต์จี้กง
                                                                                       พฤศจิกายน ๒๕๔๙

                                    รู้สถานการณ์วางตัว

คติพจน์คนโบราณกล่าวไว้ชัด                        ใช้เป็นหลักปฏิบัติอย่าเฉไฉ
ยามเดินผ่านไร้แตงต้องทำใจ                         รองเท้าหลุดช่างมันอย่าไปเก็บเลย
ถ้าแม้ว่าก้มตัวลงไปเก็บ                                 ก็จะเจ็บตัวเปล่าใคร่เฉลย
คนจะคิดว่าเราขโมยแตงเลย                          เพราะฉะนั้นวางตัวเฉยจึงว่าดี
ครั้งเดินผ่านใต้ต้นลี้ต้องตระหนัก                    แม้หมวกเราถูกปัดเฉโดยกิ่งลี้
ต้องทำใจอย่ายกมือจึงจะดี                             คนไม่มีความสงสัยเราเด็ดผลลี้ไป
ชัดดังนี้สถานการณ์ยามวิกฤต                         เรายิ่งต้องตั้งจิตมั่นอย่าหวั่นไหว
โดยเยือกเย็นสงบนิ่งอย่าร้อนใจ                      เอาชนะทุกมารภัยด้วยใจเย็น
หนี้ส่วนเรา เราไม่เพิ่มไม่เติมนี้                        ทุกส่วนเราเรายังมีใคร่ครวญเห็น
สิบเอ็ดเสียงไม่เพียงพอให้เราโอนเอน             ต้องใจเข้มแข็งไว้ไม่ร้อนรน
อย่าไปกลัวคนมาอุ้มทุ้มหมดตัว                       อย่าไปกลัวถ้าตัวเราสร้างกุศล
ถึงที่สุดความดีจะมั่นคง                                 อย่าไปหลงให้อธรรมจำใส่ใจ

                                                                                          พระอรหันต์จี้กง
                                                                                  ๒ พฤศจิกายน  ๒๕๔๙

                                                     รู้คนรู้ใช้

ปราชญ์โบราณนามจวงจื่อกล่าวไว้ชัด             ใช้เป็นหลักปฏิบัติชัดเหตุผล
คนทำงานอย่างเล่นเล่นไม่มั่นคง                    ย่อมเหนื่อยแรงเปล่าประโยชน์ตนจงพิจารณา
คนที่อวดว่าตัวเองเก่งฉลาดเลิศ                     ย่อมปังเกิดความกังวลจนเป็นปัญหา
เพราะอวกรู้แต่ว่าเขลายิ่งกว่าลา                     เลยนำพาความกลัดกลุ้มมาสุมทรวง
เพราะฉะนั้นทำการใดให้พินิจ                         ประกอบกิจต้องจริงจังอย่าหละหลวม
ต้องอ่อนน้อมถ่อมตนจึงสมควร                       สิ่งสำคัญรู้สำรวมอย่าโอ่ตัว
ได้ดังนี้เป็นผู้นำยิ่งต้องชัด                             นิสัยคนแจ้งมนัสอย่ามั่วซั่ว
แล้วรู้จักใช้คนไม่หม่นมัว                                จึงก่อนให้เกิดประโยชน์ทั่วให้แจ้งใจ
ออกแรงไปเพียงหนึ่งได้หมื่นประโยชน์            จึงก่อเกิดผลอุโฆษไร้สงสัย
เพราะฉะนั้นเป็นผู้นำต้องเข้าใจ                      ให้รู้ใช้ผู้คนตรงตามงาน
ราตรีนี้ข้าจี้กงดื่มเหล้าศิษย์                            จึงยืมหยิบภาษิตธรรมโวหาร
มาชมเชยศิษย์สินธุ์ท่านประธาน                     จงจดจารนำไปคิดพิจารณา

                                                                                          พระอรหันต์จี้กง
                                                                               ๓๑  พฤศจิการยน ๒๕๔๙

                                                      รู้ดีทำดี

ปราชญ์สุ่งจื้อกล่าวไว้ชัดเป็นหลักธรรม            พึงจดจำนำไปคิดพิศศึกษา
สัตบุรุษนั้นเลิศล้ำด้วยจรรยา                          มิใช่ว่าได้มาโดยง่ายดาย
ใช่ว่าเพียงเพราะบังเอิญได้มายาก                   เลยโอหังตีฝีปากจนมากมาย
แต่เป็นเพราะว่าจาไม่กลับกลาย                      มีความหมายมีนัยทุกถ้วนวจี
แม้ชื่อเสียงที่ได้มามิใช่เรื่องบังเอิญ                 ต้องเจริญคุณธรรมค้ำวิถี
โดยมีศีลจึงมีสัตย์ไม่นับดี                              ได้ดังนี้ชื่อเสียงจึงกว้างไกล
สัตบุรุจะเป็นได้ก็ด้วยตน                                มั่นกมลตรงทางทิศจิตไม่ไหว
ทำก็ดีพูดก็ดีล้วนจากใจ                                 ชื่อจึงได้เสียงจึงดีนี้จงจำ
ราตรีนี้ไม่มีคำนำสั่งสอน                                แทนคำพรอำนวยให้สุขสันต์
สัตบุรุเริ่มด้วยตนเป็นสำคัญ                           คนหมื่นพันมายกย่องไม่เท่าเทียม
ชัดเช่นนี้เป็นคนดีที่ตนเอง                            ใครจะเห็นหรือไม่อย่าไปเถียง
ขอตนเองมีความดีอยู่พอเพียง                                              เรื่องชื่อเสียงไม่สำคัญกว่าความดี

                                                                                         พระอรหันต์จี้กง
                                                                                     ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๙

                                            ปัญญามีสติมา

ภาษิตเก่าเล่าขานไว้ให้ข้อคิด                         ไปตั้งจิตพิจารณาทางควรเห็น
ใช้เป็นหลักปฏิบัติกับตนเอง                           จึงชัดเจนเห็นแจ้งจริงสิ่งเป็นไป
ขอเพียงเราทำความดีมีมั่นใจ                          อนาคตเป็นอย่างไรนั้นไม่ต้องถาม
ผู้ทำดีมีความจริงถือความงาม                         ผลที่ได้ย่อมดีงามนานนิรันดร์
เพราะฉะนั้นอย่าร้นรานยามเจออุปสรรค           ต้องยึดหลักความดีไว้อย่าหวั่นไหว
เหมือนธารน้ำเหมือนไหลผ่านทางแคบสั้น        น้ำจะหลั่งรุนแรงแผ่กว้างไกล
เพราะฉะนั้นยามคนเราเจอปัญหา                    สิตปัญญาก็พาเกิดอย่าสงสัย
เห็นดังนี้ทำความดีโดยตั้งใจ                          กลัวทำไมกับอุปสรรปัญหาทั้งปวง
ขอเพียงเราตั้งใจทำแต่ดี                               ก็ไม่ต้องมาเซ้าซี้คอยวอนถาม
ว่าอนาคตเป็นอย่าไรในผลงาน                       รับรองว่าต้องดีงามตามตั้งใจ
แต่ทั้งนี้อย่าผลีผลามเป็นใช้ได้                       ทำการใดให้ใคร่ครวญทุกถ้วนปัญหา
ดูให้เหมาะพิศให้สมตรงมรรคคา                     ให้ดูดีดูงามหนาว่าสมควร
สิ่งใดมากจนเกินงามดูไม่สวย                         ให้รู้ด้วยสติปัญญาพามองเห็น
สิ่งใดขาดก็ควรหามาเติมเต็ม                          ได้ดังนี้ควรชัดเจนให้เป็นงาน
จะไหว้พระอยู่ที่ใจใช่รูปพระ                            เอาชนะวัตถุธรรมได้เสร็จสม
สร้างโรเจจะดูดีมีมงคล                                  ธรรมมณฑลต้องสะอาดสว่างสงบงาม
อย่าให้รกรุงรังเหมือนโกดังเก็บของ                 ควรผุดผ่องยามมองดูรู้ครวญเห็น
พระจี้กงบ่นให้ศิษย์คิดชัดเจน                         จะได้เป็นเห็นเหตุผลจงพิจารณา
ขอศิษย์สันต์คนขยันนำไปคิด                        แล้วพินิจพิจารณาพาสมหมาย
สร้างโรงเจให้ดูเท่เก๋แพรวพราย                      ตั้งรูปพระไม่ต้องมากมายจนเกินงาม

                                                                                          พระอรหันต์จี้กง
                                                                                     ๑๘ กันยายน ๒๕๕๒

จำนวนผู้เข้าชม
Copyright © tekkacheemukkhor.com 2010 All Rights Reserved Power by : เช่าโฮสท์, hosting, ออกแบบเว็บไซต์